P13
โอกาส เป็นสิ่งที่คนอื่นหยิบยืนให้เรา ไม่ใช่ของเรา มาแล้วก็หายไป
ความสามารถ เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง(ด้วยความพยายาม) เป็นของเรา อยู่กับเราไปตลอด
ดังนั้น การเกิดมา “ด้อยโอกาส” ก็ไม่น่ากลัวเท่า “ด้อยความสามารถ”
ซึ่ง ทุกครั้งที่มีความสามารถเพิ่มขึ้น ก็จะมีโอกาสมากขึ้นตาม

P15
สิ่งที่เราคิดว่าไม่ดี มันอยู่กับคนรอบตัวเรา ก็ส่งกำลังใจ ให้คิดได้
แต่ถ้ามันอยู่กับเรา ก็เอาออกไป เพื่อเราจะคิดได้

P22
เพื่อนก็เหมือนญาติที่เลือกได้ และก็เหมือนใบผักชี(ไว้แต่งหน้า)และรากผักชี(ไว้แต่งรสชาติ)

P27
ความรับผิดชอบ ต้องท่อง “อดทนไว้”
ความชอบ ต้องท่อง “บันยะบันยัง”
หาความสมดุลของคำทั้งสอง มิเช่นนั้น ก็จะเหมือนเด็กไม่ยอมโต และทำตามใจตัวเองไปวันๆ

P33
ความฉลาดเหมือนกางเกงใน ต้องใส่แต่ไม่อวด (เว้นแต่พวกขอบบ๊อกเซอร์ ที่ให้เห็นขอบแบบเซ็กซี่)

P34
ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้อง “แบ่ง” กันไปทำ เหมือนรัชกาลที่ 5 ที่ส่งลูกไปเรียนในแต่ละประเทศเพื่อกลับมาพัฒนาประเทศชาติ

P48
การไม่ตัดสินใจในเรื่องอะไรก็ตาม ก็แปลได้ว่า เราได้ตัดสินแล้วว่าจะไม่ตัดสินใจ

P53
ความรักเป็นเรื่องของสองคน แต่แต่งงานเป็นเรื่องของหลายคน

P54
สิ่งมีชีวิตล้วนต้องมีการปรับตัว นอกจากการปรับตัวแล้ว มนุษย์ยังทำได้มากกว่าคือ “การเอาชนะ”

P56
รบร้อยชนะร้อย ยังไม่สำคัญเท่า การชนะโดยที่ไม่ต้องรบ

P73
ในตัวเรามี3คน คนแรกที่เป็นคนชั่ว คนสองที่เป็นคนดี และคนสามที่เป็นคนเฝ้ามองสองคนแรก

P82
ศิลป์คือศาสตร์ที่มนุษย์สร้างขึ้น ส่วนวิทย์คือศาสตร์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น และคนเราก็พยายามเข้าใจมัน

P119
เมื่อเราล้ม เราจะเห็นโลกในมุมที่ไม่เคยเห็น

P120
โชคสร้างได้เอง ไม่ว่าจะโชคร้าย โชคดี หรือกระทั่งโชคชะตา สร้างได้ง่ายด้วยความคิด

P129
เงียบไม่ได้แปลว่าไม่มี เงียบอาจจะแปลว่ามากก็ได้

P133
ต่อให้อยากรักษาไว้ดั่งเดิม นั่นก็คือเราต้องการเปลี่ยนแปลงให้กลับมาอย่างเดิม

P146
เมื่อถึงเวลาจาก ต่อให้ไม่มีที่ไป ก็ต้องไป

P186
ในวันที่ปวดร้าว เราเรียกมันว่า “ความผิดพลาด”
แต่วันที่มันนำเราสู่ความสมหวัง เรากลับเรียกมันว่า “ประสบการณ์”

เล่มนี้เป็นการรวบรวมข้อความหรือประโยคสั้นๆ
ที่เคยตีพิมพ์ไปแล้วในหนังสือ “โปรดและปัน” (Like and Share)
จึงนำมาพิมพ์ใหม่และเพิ่มเติมเนื้อหาเข้าไป

หลังจากได้อ่านจบ (น่าจะเป็นเล่มแรกที่อ่านแล้วผู้เขียนเป็นคนไทย)
เนื้อหาเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่มาจากผู้แต่งต่างชาติ
แต่ด้วยผู้เขียนและเนื้อหาในเล่มนี้
เป็นถ่ายทอดเพื่อให้คิดตาม และบางหัวข้อที่ถูกหยิบยก
เป็นเหตุการณ์ประทับใจของผู้แต่งเอง (ผู้อ่านไม่รู้สึกอินตาม)
ก็จะรู้สึกน่าเบื่อ (คือไม่รู้จะเขียนมาทำไม)

รายละเอียดหนังสือ

ประภาส ชลศรานนท์
ISBN 978-616-225-156-6

20180718_234253

สวัสดีครับเพื่อน
เจอกันอีกครั้งกับหนังสืออีกเล่ม
ซึ่งสรุปพอสังเขปได้ดังนี้
(ชื่อหนังสือ และ ISBN สามารถดูได้ที่ด้านล่าง)

บทที่1 การรายงาน
รายการความคืบหน้าและปรึกษาหัวหน้า
1 รายงานโดยไม่ต้องรอให้ถาม
รายงานก่อนการประชุม3วัน หรือเรียนรู้จากการทำงานกับหัวหน้า
2 ให้พูดข้อมูลจริง
รายงานสิ่งที่พบเจอก่อน(ตัวเลข คำพูดของบุคคลที่สาม) แล้วค่อยเสนอความคิดเห็นว่าที่พบเจอมันเป็นอย่างไรและจะแก้ไขอย่างไร
3 ใช้คำพูดเสนอความคิดเห็นให้ชัดเจน
ใช้คำว่า “ผม” แล้วต่อด้วย “คิดว่า” “เห็นว่า” จะทำให้การเสนอความคิดเห็นดีขึ้น
4 ให้พูดตรงไปตรงมา
กรณีที่เกิดข้อผิดพลาด ชิงขอโทษไว้ก่อน ตามด้วยข้อสรุปที่เกิดขึ้น และคำชี้แจงต่างๆนานา
5 อยากให้รายงานเรื่องไม่ดีโดยเร็วที่สุด
รายงานเรื่องร้าย เรื่องที่มีปัญหา จะได้มีเวลาแก้ หาทางแก้ และก็ไม่ต้องมาคิดมากคนเดียวจนเกิดความเครียด
6 อยากให้คอยรายงานสภาพการณ์ด้วย
เพื่อให้ลำดับงานต่อเนื่อง ไม่สะดุดหรือติดขัด การแจ้งสภาพการณ์สั้นๆ เป็นระยะ ว่าทำไปถึงไหนแล้ว มีติดขัดอะไรหรือไม่ เป็นเรื่องที่จำเป็น
7 อยากให้พูดโดยสรุปใจความสำคัญ
หัวหน้าไม่ได้มีเวลาฟังลูกน้องอธิบายยาวๆ การสรุปใจความสั้นๆ และกระชับได้ใจความจึงสำคัญ ฝึกโดยย่อข้อความยาวๆให้สั้นลงแต่ได้ใจความ หรือฝึกพูดว่า “สรุปง่ายๆคือ…” โดยการสรุปนี้เป็นทักษะที่จำเป็นในการบริหารงานระดับสูง
8 อยากให้เริ่มพูดจากข้อสรุป
พูดข้อสรุปเลย (ฝึกสรุปจากข้อที่7แล้ว) แล้วค่อยลงรายละเอียดอื่นๆเมื่อถูกถาม
9 อยากให้ปรึกษาก่อนตัดสินใจ
ในการปรึกษางานหัวหน้า เราต้องแบ่งความสำคัญของงานออกเป็น (1)งานที่ต้องปรึกษา (2)งานที่ต้องแจ้งเพื่อทราบ (3)งานที่ลุยได้เลย
10 อยากให้รายงานความคืบหน้าหลังให้คำปรึกษา
เมื่อได้ปฏิบัติตามคำแนะนำ ต้องกลับไปรายการความคืบหน้า ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร สุดท้ายก็กล่าวขอบคุณ
11อยากให้เขียนอีเมล์ให้ชัดเจน
หัวหน้าได้รับอีเมล์วันละหลายฉบับและมีเวลาอ่านต่อฉบับเพียงนิดเดียว ดังนั้นต้องเขียนเนื้อหาสำคัญให้จบใน5บรรทัดแรก และจั่วหัวเรื่องให้น่าอ่านพร้อมใส่สัญลักษณ์ต่างๆให้สะดุดตา เช่น { [ ] } อะไรก็ว่าไป
12อยากให้แจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมจาก CC
/เดาว่าธรรมเนียมญี่ปุ่นให้ CC อีเมล์หัวหน้าทุกฉบับ/
เมื่อเราได้ CC อีเมล์ถึงหัวหน้าแล้ว เราควรที่จะให้ข้อมูลอื่นๆให้หัวหน้ารับทราบด้วย เพื่อปัองกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และคิดเห็นไม่ตรงกัน
13อยากให้พูดกันตรงๆแทนการใช้อีเมล์
การใช้อีเมล์สื่อสารสามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ แต่การคุยต่อหน้าช่วยประหยัดเวลา สามารถถามตอบกันได้ สุดท้ายแล้วค่อยกลับมาอีเมล์ทีหลังได้

บทที่2 การวางตัว การทำตัว การพัฒนาตัว
การวางตัวให้ดูน่าเชื่อถือ มีจุดแข็งมากกว่าจุดด้อย
14อยากให้สบตาขณะพูด และพูดชัดถ้อยชัดคำ
เวลาคุยกับหัวหน้าควรพูดแบบชัดเจน หนักแน่น และมีการสบสายตา เพราะ คำพูดและการสบตา จะเป็นหนึ่งในหลายวิธีที่หัวหน้าใช้ในการประเมิน
15อยากให้ฟังจนจบโดยไม่พูดออกนอกเรื่อง
ให้ฟังคนพูดจนจบก่อน แล้วจึงพูดสรุปในสิ่งที่ได้ยิน อย่าพูดแทรกในสิ่งที่เราคิดว่าเขาจะพูด
16อยากให้เป็นคนว่านอนสอนง่าย
พยายามหลีกเลี่ยงคำว่า”แต่”เพราะให้ความรู้สึกว่าเราปฏิเสธสิ่งที่หัวหน้าแนะนำหรือสั่ง พยายามโยงกับคำพูดอื่นเพื่อให้ข้อเสนอเราอ่อนน้อมลง
17อยากให้คิดเยอะๆ
เมื่อถูกถาม ต้องหาคำตอบจากข้างใน ไม่ใช่คำตอบลอยๆไร้แก่นสาร ถ้าคิดไม่ออกให้ตอบไปว่าขอกลับไปคืงิดดูก่อน แล้วถ้ายังไม่ออกอีก ก็ตอบไปว่า ยังหาไม่เจอแต่จะลองหาไปเรื่อยๆ
18อยากให้ร่าเริงในที่ทำงาน
การที่บ่นว่าเหนื่อยหรือถอนหายใจ จะทำให้ความเกียจคร้านแผ่กระจายถึงเพื่อนร่วมงาน หัวหน้าจึงอยากให้ลูกน้องรู้สึกสนุกกับงานเสมอ
19แต่งกายให้เหมาะสม เป็นตัวอย่างแก่คนอื่นได้
แต่งกายให้ดูสะอาดเรียบร้อย และเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงานของตนเอง
20อยากให้จัดโต๊ะทำงานให้เรียบร้อย
หัวหน้าอยากให้จัดโต๊ะทำงานให้เรียบร้อย ถ้าไม่มีอะไรวางบนโต๊ะเลยจะดีมาก เพราะอาจมีความเกี่ยวข้องกันระหว่างความสะอาดบนโต๊ะกับการทำงานที่ผิดพลาด
21อยากให้ช่วยดูแลรุ่นน้อง
การสอนงานเป็นเรื่องยากและใช้เวลามากกว่าจะเห็นผล ถ้าเนาฝึกการสอนงานก่อบขึ้นเป็นหัวหน้า ก็จะช่วยพัฒนาทักษะการถ่ายทอด รู้ว่าต้องสอนอย่างไรบ้าง เป็นการเตรียมตัวก่อนที่จะขึ้นเป็นหังหน้าในอนาคต
22อยากให้เก่งขึ้นเมื่อถูกตำหนิ
หัวหน้าไม่อยากดุลูกน้องเพราะกังวลว่าจะมีผลต่อการทำงาน ซึ่งความกังวลอาจพัฒนาเป็นความคิดแค้น ด้านลูกน้องทั่ถูกดุ ต้องรับฟังและนำไปพัฒนาด้านการทำงาน
23อยากให้เข้าใจจากการพูดครั้งเดียว
ไม่มีใครอยากพูดเรื่องเดิมซ้ำๆหลายๆครั้ง แต่ต้องเข้าใจว่าเขามำผิดซ้ำเพราะเขาไม่เข้าใจ หรือว่าไม่มีทักษะด้วย เพื่อแจ้งเขาให้พัฒนาได้ตรงจุด
24อยากให้คุยเล่นกันบ้าง
ปฏิสัมพันธ์ในทำงานถือเป็นทักษะทางสังคมอย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ช่วงพักกลางวัน
25อยากให้คอบสังเกตว่าหัวหน้ารู้สึกอย่างไร
หัวหน้าอยากมีตัวตายตัวแทนเพื่อให้งานสะดวกและรวดเร็วขึ้น ลูกน้องสามารถช่วยงานเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยปากสั่งได้

บทที่3 การทำงานได้ด้วยตนเอง
26 อยากให้ยกมือขึ้นเสนอตัวเอง
ลองที่จะยกมือเสนอตัวเอง ซึ่งเริ่มได้จากงานง่ายๆ ซึ่งจะสร้างความประทับใจในสายตาหัวหน้า
27 อยากให้คิดว่าเป็นผู้นำและดึงคนรอบข้างขึ้นมา
อยากให้ลูกน้องเป็นคนที่พึ่งพาได้ ซึ่งสามารถสนับสนุนการทำให้เป้าหมายการทำงานสำเร็จ
28 อยากให้ผลงานออกมาดี
ผลงานที่สรุปออกมาเป็นตัวเลขเป็นสิ่งที่เข้าใจง่าย และดูเป็นผลงานที่ดี แต่ถ้าทำแล้วมีแค่แรงกายแรงใจอาจเป็นผลงานที่ไม่ค่อยดีมากนักในสายตาหัวหน้า
29 อยากให้คิดว่าจะแก้ไขอย่างไรดี
ถ้าเจองานยากลำบาก เราอาจจะไม่อยากรับงานนั้น แต่ถ้ารับงานยากและท้าทาย จะทำให้ได้ฝึกฝนไหวพริบ
30 อยากให้เริ่มลงมือทันที
เมื่อได้รับมอบหมายงานมา ควรจะรีบลงมือทันทีเพื่อจะไม่ต้องกังวล อีกทั้งทำงานเสร็จก่อนที่จะลืมทำ
31 อยากให้วางแผนให้ดีก่อนเริ่มงาน
งานที่ดูวุ่นวายไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะมันสะท้อนว่าวางแผนไม่ดี ไม่ได้เตรียมตัวให้พร้อม ซึ่งสามารถปรับปรุงโดยการเริ่มลงมือทำ(จะได้รู้ว่าขาดตกบกพร่องอะไร)
32 อยากให้ทำงานร่วมกับแผนกอื่นบ้าง
งานที่ไม่สามารถทำได้ก็ควรขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ยึ่งได้พูดคุยก็ได้ยิ่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความสัมพันธ์
33 อยากให้ทำงานล่วงเวลาให้น้อย
งานที่เพิ่มขึ้นในทุกวัน แต่จะลดเวลาการทำงานได้อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกน้องต้องช่วยหัวหน้าคิด ไว้ว่าจะเป็นทำงานให้ถูกต้องให้มากขึ้น(โดยใช้โปรเจตชีท” การทำงานขณะมีสมาธิ(นอกจากใช้ช่วงเวลานั้นเช็คอีเมลอย่างเดียว)
34 อยากให้แสดงความคิดเห็น
เนื่องจากมีการแบ่งหน้าที่ไว้ชัดเจน ทำให้พนักงานส่วนมากทำงานตามที่สั่งเท่านั้น ขาดความสามารถในการทำงานด้วยตัวเอง ดังนั้นเราควรที่จะคิดอยู่เสมอว่างานที่ได้รับมาสามารถสานงานต่อไปอะไรได้บ้าง (ทำเสร็จแล้วจะทำอะไรต่อ)
35 อยากให้เตรียมแผนสำรอง
ควรมีแผนที่เป็นไปได้3ลักษณะ เพื่อมีการแก้ไขหรือปรับแก้ เราสามารถหยิบข้อดีของแต่ละลักษณะมาใช้งานได้ทันที
36 อยากได้ยินเสียงตอบรับ
พนักงานใช้เวลาในการคิด แต่เมื่อพอจะพูด ที่ประชุมกลับเปลี่ยนหัวเรื่องเสียแล้ว ซึ่งเราสามารถซื้อเวลาได้โดยการทวนประโยคคำถาม
37 อยากให้ใช้ภาษาให้ถูกต้อง
ให้เริ่มฝึก2ขั้นตอน 1หาข้อมูลและกำหนดเนื้อหา(ตั้งคำถามWHเป็นข้อๆ ซึ่งทำให้เขียนตรงประเด็น) 2.ตรวจทานเอกสาร()
38 อยากให้พบปะผู้คน
การลงพื้นที่จนได้ลงมือทำ หรือรู้เห็นด้วยตัวเอง จะทำให้มีมุมมองที่แปลกใหม่มากขึ้น ซึ่งการพบปะลูกค้าก็อาจทำให้เราได้ไอเดียใหม่ๆเช่นกัน

บทที่4 พลังแห่งการเติบโต
39 อยากให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้าง
การที่จะสามารถมองการณ์ไกลได้อย่างหัวหน้า ก็ต้องลองเอางานของหัวหน้ามาฝึกทำ
40 อยากให้มองภาพรวมของที่ทำงาน
การที่จะมองเห็นว่าทั้งองค์กรทำอะไร ก็ต้องลองเอางานเขาๆมาทำ เพื่อให้เห็นภาพ
41 อยากให้ขยายขอบข่ายการทำงาน
พอเอางานคนอื่นมาทำ เป็นการสร้างคุณค่าและเพิ่มพูนความสามารถของตนเอง
42 อยากให้ตั้งเป้าหมายให้สูง
การตั้งเป้าหมายที่ก้ำกึ่งว่าจะง่ายหรือจะยาก จะช่วยให้เรามีแรงพลักดันทำให้เป็นสำเร็จ ซึ่งมีการวิจัยของริชาร์ด แอคตินสันรองรับไว้
43 อยากให้มีความทะเยอทะยานในการทำงาน
เนื่องจากมีการวัดผลการทำงาน ดังนั้นเป้าหมายจึงตั้งไว้ง่ายและไม่ต้องการทำอะไรเพิ่ม เมื่อไม่ต้องการทำอะไรเพิ่ม ดังนั้นงานที่ทำในปัจจุบันต้องเป็นมืออาชีพ
44 อยากให้มุ่งมั่นสู้การเป็นมืออาชีพ
เลื่อกที่จะได้รับตำแหน่ง (ก็ต้องใช้ลูกน้อง พัฒนาลูกน้อง ให้ลูกน้องสร้างผลงาน) หรือเลือกที่จะเป็นมืออาชีพ (ก็ต้องพึ่งพาตนเอง และมีเส้นสายกับคนอื่น)
45 อยากเห็นความตั้งใจในการทำงานจนนาทีสุดท้าย
งานที่ง่ายอาจจะไม่ทำให้เราเก่ง่ขึ้น แต่งานที่ทำให้เรารู้สึกถอดใจน่าจะเป็นงานที่ทำให้เราฝึกบรือความสามารถอย่างแน่นอน
46 อยากให้เพิ่มความรู้ความสามารถ
ความรู้สามารถเพิ่มพูดได้ไม่ว่าจะเพิ่มโดยดูจากการทำงานของคนอื่น หรือไม่ก็สอบถามคนที่มีประสบการณ์
47 อยากให้ใช้งานรุ่นน้องให้เป็น
เพื่อเป็นการฝึกความสามารถในการถ่ายทอด จึงต้องเลื่อก(งานที่ไม่สำคัญและเหมาะสมกับรุ่นน้อง) สอน(โดยการทำให้ดูและให้ทำตาม)
48 อยากให้เปิดใจให้กว้าง
ในการสื่อสารหรือแม้กระทั่งสอนงาน ลูกน้องย่อมอยากได้รับการสอนและการดูแลเป็นอย่างดี และมองดูเราอยู่ตลอด
49 อยากให้ลองเสี่ยงดูบ้าง
การทำผิดกฎต้องถูกลงโทษ จึงทำให้คนไม่การทำผิด หรือแม้จะคิดนอกกรอบ แต่ถ้าเป็นเรื่องผลประโยชน์ของบริษัท ก็ควรที่จะสอบถามเพื่อได้รับการยกเว้น
50 อยากให้เพิ่มแรงบันดาลใจ
แรงบันดาลใจควรถูกควบคุมด้วยตัวเราเอง ไม่ใช่บุคคลหรือสิ่งแวลล้อมภายนอก เพื่อที่เราจะสามารถลุกไหม้ค้นหาสิ่งใหม่ๆมาเติมอยู๋ตลอดเวลา

รายละเอียดหนังสือ
“จริงๆแล้วเจ้านอกต้องการอะไรจากเรา”
ผู้เขียน : ฮิเดฮิโกะ ฮามาดะ
ผู้แปล : อาคิรา รัตนาภิรัต
สำนักพิมพ์ : อมรินทร์ฮาวทู
ISBN : 978-616-18-1806-7
ราคา : 175 บาท

ในความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ
บางข้อมันเป็นแนวทางได้เลย เช่น
การรายงานหัวหน้า วิธีการพูดคุยกับหัวหน้า ฯลฯ
แต่ว่าบางหัวข้อมันค่อนข้างญี่ปุ่นจ๋าเกินได้ (อะไรบ้างหว่า +555)

และก็บางหัวข้อ ผมอ่านแล้วรู้สึกว่า
ผู้เขียนจั่วหัว แล้วเขียนเนื้อหาพาไปทะเลมากๆ
(คือเนื้อหามันไปคนละเรื่องกับหัวข้อ
หรือว่าผมอ่านไม่เข้าใจเองหว่า)

ปล: สิ่งที่ผมสรุปออกมา ก็อาจจะตรงตามตัวหนังสือ
หรือว่ามีเล่นคำให้ประโยคมันเปลี่ยนไปบ้าง
ถ้าเพื่อนๆอยากรู้เนื้อหาจริงๆ สามารถหาซื้ออ่านได้ครับ

20180701_201519

The Walking Dead

Posted: February 14, 2018 in IT - ITech - IEntertain

สวัสดีครับ
วันนี้จะระลึกถึงซีรี่ส์ฝรั่งที่ได้ต้้งแต่ต่างประเทศ
และดูค้างไว้ (ฤดูกาลที่2)
จนได้มีโอกาสดูแบบมาราธอน
จนถึงตอน(เกิบจะ)ปัจจุบัน (ฤดูการที่7)

ซึ่งเรื่องนี้ออกตัวไว้ก่อนว่า
เห็นครั้งแรกที่ตู้หยอดเหรียญ(ในการยืมแผ่นหนัง)
และไม่คิดจะดูมัน แต่แล้วเพื่อนที่เรียนด้วยกัน
เขายืมและเปิดดูด้วยกัน
จึงเป็นที่มาในการดูซีรี่ย์เรื่องนี้

The Walking Dead ฤดูกาลที่1
เป็นการเริ่มเรื่องของตัวละครเอก ที่ถูกยิงจนเข้าโรงพยาบาล
พอตื่นขึ้นมา ก็เกิดเหตุการวุ่นวายเกิดขึ้น
ซึ่งเขาได้ออกตามหาครอบครัวจนได้เจอกันอีกครั้งหนึ่ง

The Walking Dead ฤดูกาลที่2
เนื่องจากในเมืองที่อาศัยอยู่ไม่ปลอดภัย
จึงเร่ร่อนจนไปเจอฟาร์มชนบทแห่งหนึ่ง
ที่ดูแล้วน่าจะปลอดภัย แต่สุดท้ายก็ไม่รอดเนื้อมือของเหล่าซอมบี้

The Walking Dead ฤดูกาลที่3
พอเสียฟาร์มชนบทอันเงียบสงบไป จึงต้องเร่รอนอีกครั้ง
ครั้งนี้ไปเจอคุกซึ่งมีหน้าที่กันคนออก
แต่สำหรับสถานการณ์นี้ มันทำหน้าที่ป้องกันพวกซอมบี้

ในภาคนี้พบว่ายังมีสถานที่ที่ปลอดภัย
อยู่อาศัยดำเนินชีวิตตามปกติได้
ซึ่งหัวหน้าของชุ่มชนแห่งนี้พยายามที่จะทำลายชุมชุมคุก
และจบด้วยที่ ตัวละครเอกของเราสามารถป้องกันคุกได้

The Walking Dead ฤดูกาลที่4
เหมือนทุกอย่างที่อยู่ในคุกจะลงตัว
แต่ว่าเกิดโรคระบาดขึ้น (ไข้หวัด)
จึงต้องออกตามหายากันยกใหญ่

พอกำจัดโรคระบาดเสร็จ ก็ต้องเจอเรื่องปวดหัวอีก
เพราะว่าหัวหน้าชุมชนในฤดูกาลที่3 ยังคงอาฆาตแค้น
กลับมาถล่มคุกซะไม่สามารถอยู่ได้ (คนเราทำกันเองได้)
จนต้องกลับมเร่ร่อนอีกครั้ง แถมกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง

แต่สุดท้ายก็มีความหวังใหม่
เนื่องจากเจอป้ายบอกทางว่า
มีอีกชุมชน Terminus ที่ให้อาศัยฟรี
แต่ว่ามันกลับกลับตาลปัตรเพราะมันไม่ใช่ดังที่เขียน

The Walking Dead ฤดูกาลที่5
เริ่มต้นฤดูกาลด้วยความตื่นเต้มใหม่
เมื่อรู้ว่าชุมชนใหม่ Teminus ที่มาอยู่นั้น
เป็นที่ลวงคนเข้ามา แล้วจับกิน (หลังๆ คนน่ากลัวกว่าซอมบี้อีก)

แต่กว่าจะถึงที่ชุมชนใหม่ แต่ละคนที่แตกกลุ่มกันไปมา
ก็มีเรื่องเล่าอันน่าตื่นเต้น จนสุดท้ายมาเจอกัน
และอยู่ร่วมกันชุมชนใหม่ Alexandia

The Walking Dead ฤดูกาลที่6
ดูเหมือนว่าที่ชุมชน Alexandia นั้นจะสงบสุข
แต่ว่าก็มีเรื่องวุ่นวาเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นฝูงซอมบี้จำนวนมหาศาลที่จะมาถล่มชุมชน
หรือปัญหาโลกแตก (น่าจะแตกนานแล้ว)
ที่ชุมชนอื่นๆร่วมตัวกันเป็นซุ้มโจร (ก็คนเราอีกแล้ว)
มาก่อนความวุ่นวายต่างๆนานา

The Walking Dead ฤดูกาลที่7
สืบเนื้อจากฤดูกาลก่อนที่ทิ้งท้ายเรื่องตื่นเต้นไว้
เริ่มมาก็มีการเฉลยสิ่งที่ทิ้งท้ายดังกล่าว

โดยในฤดูกาลนี้มีการเปิดโลกให้กว้างขึ้น
เมื่อรู้ว่ามีชุมชนมายมายก่ายกอง
ทั้งที่เกี้อกูลกัน และที่ทำลายกัน

เนื้อเรื่องเริ่มเบนจากฆ่าซอมบี้
มาฆ่าคนกันเอง +555

The Walking Dead ฤดูกาลที่8
///กำลังออกอากาศ